29 พฤษภาคม 2569

ทำพินัยกรรมขณะป่วยหนัก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574 - 575/2567  
ป.พ.พ. ม. 1629, ม. 1713, ม. 1718 
ป.วิ.พ. ม. 55 
                 ผู้ร้องมีพยานหลักฐานทั้งพยานแพทย์และพยานเอกสารที่ยืนยันได้ว่า ตั้งแต่ก่อนทำพินัยกรรมในวันที่ 15 ธันวาคม 2560 จนถึงหลังวันทำพินัยกรรม เจ้ามรดกมีอายุมากถึง 89 ปี มีสภาพร่างกายชราภาพและป่วยหนักหลายโรค สอดคล้องกับเหตุที่ผู้คัดค้านไปยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้ามรดกเป็นคนไร้ความสามารถในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังทำพินัยกรรมไปไม่นาน อาการป่วยของเจ้ามรดกคงจะมีมานานแล้ว มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นหลังทำพินัยกรรม ทั้งผู้คัดค้านไม่มีพยานหลักฐานทางการแพทย์มายืนยันว่า ขณะทำพินัยกรรมเจ้ามรดกมีสุขภาพแข็งแรง สติสัมปชัญญะปกติสมบูรณ์ คงมีแต่นางสาว ก. กับพยานที่ลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรม ซึ่งมีพิรุธหลายประการ พยานหลักฐานของผู้คัดค้านจึงไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟัง 
                ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ขณะทำพินัยกรรมเจ้ามรดกป่วยหนักและชราภาพมากจนไม่อาจขัดขืนและไม่สามารถรับรู้สาระสำคัญของพินัยกรรม ที่ผู้คัดค้านกับพวกที่จัดทำมาให้เจ้ามรดกพิมพ์ลายนิ้วมือ พินัยกรรมจึงเป็นโมฆะ ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ทายาทและไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะมาร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ทั้งไม่ใช่ผู้ถูกโต้แย้งสิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ที่จะมาคัดค้าน 
                การที่ผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก และเมื่อผู้ร้องเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับเจ้ามรดก ผู้ร้องจึงเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก มีอำนาจที่จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ทั้งไม่ปรากฎว่า พ. ผู้รับมอบอำนาจและบุตรของผู้ร้องมีลักษณะต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งตั้ง พ. เป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก จึงชอบแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น