คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1965/2531
ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 , 83
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3
กรรมการผู้จัดการหรือกรรมการของนิติบุคคลเป็นผู้แสดงออกซึ่งการกระทำของนิติบุคคล หากรวมกับนิติบุคคลออกเช็คหรือสลักหลังเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น หรือในขณะที่ออกเช็คไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ กรรมการผู้จัดการหรือกรรมการของนิติบุคคลผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายหรือสลักหลังเช็คต้องถือว่าเป็นตัวการกระทำผิดร่วมกับนิติบุคคลนั้นด้วยเพราะการที่เช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงินนั้นเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของกรรมการผู้แทนนิติบุคคล ทั้งนี้ไม่ว่ากรรมการของนิติบุคคลนั้นจะอยู่ในตำแหน่งในวันที่เช็คนั้นถึงกำหนดชำระเงินหรือไม่ก็ตาม ดังนั้น เมื่อเช็คพิพาทถูกปฏิเสธการจ่ายเงินจึงต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทด้วย
แม้ว่ากรรมการชุดใหม่ของบริษัทจำเลยที่ 1 จะไปเปิดบัญชีกระแสรายวันในนามของบริษัทจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย ล.3 แต่ยอดเงินคงเหลือในวันที่เช็คพิพาททั้งสี่ฉบับถึงกำหนดมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนเงินในเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับรวมกัน อีกทั้งเป็นคนละบัญชีกันไม่เกี่ยวกับบัญชีกระแสรายวันเดิมที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 เปิดในนามของบริษัทจำเลยที่ 1เมื่อเช็คพิพาทถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากมีคำสั่งห้ามธนาคารจ่ายเงิน และไม่มีเงินฝากในบัญชีของบริษัทจำเลยที่ 1ที่จะจ่ายตามเช็คพิพาทเนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้เบิกเงินเกินบัญชีเกินวงเงินที่มีสิทธิเบิกได้อยู่แล้ว จำเลยที่ 2 ที่ 3 ย่อมมีความผิดตามฟ้องด้วย
ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 , 83
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3
กรรมการผู้จัดการหรือกรรมการของนิติบุคคลเป็นผู้แสดงออกซึ่งการกระทำของนิติบุคคล หากรวมกับนิติบุคคลออกเช็คหรือสลักหลังเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น หรือในขณะที่ออกเช็คไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ กรรมการผู้จัดการหรือกรรมการของนิติบุคคลผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายหรือสลักหลังเช็คต้องถือว่าเป็นตัวการกระทำผิดร่วมกับนิติบุคคลนั้นด้วยเพราะการที่เช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงินนั้นเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของกรรมการผู้แทนนิติบุคคล ทั้งนี้ไม่ว่ากรรมการของนิติบุคคลนั้นจะอยู่ในตำแหน่งในวันที่เช็คนั้นถึงกำหนดชำระเงินหรือไม่ก็ตาม ดังนั้น เมื่อเช็คพิพาทถูกปฏิเสธการจ่ายเงินจึงต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทด้วย
แม้ว่ากรรมการชุดใหม่ของบริษัทจำเลยที่ 1 จะไปเปิดบัญชีกระแสรายวันในนามของบริษัทจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย ล.3 แต่ยอดเงินคงเหลือในวันที่เช็คพิพาททั้งสี่ฉบับถึงกำหนดมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนเงินในเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับรวมกัน อีกทั้งเป็นคนละบัญชีกันไม่เกี่ยวกับบัญชีกระแสรายวันเดิมที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 เปิดในนามของบริษัทจำเลยที่ 1เมื่อเช็คพิพาทถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากมีคำสั่งห้ามธนาคารจ่ายเงิน และไม่มีเงินฝากในบัญชีของบริษัทจำเลยที่ 1ที่จะจ่ายตามเช็คพิพาทเนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้เบิกเงินเกินบัญชีเกินวงเงินที่มีสิทธิเบิกได้อยู่แล้ว จำเลยที่ 2 ที่ 3 ย่อมมีความผิดตามฟ้องด้วย